วิธีเล่นบาคาร่าออนไลน์ Gclub

บาคาร่า (Baccarat) หมายถึงเกมส์การเล่นไพ่บาคาร่าชนิดหนึ่ง จะมีลักษณะการเล่นที่     คล้าย ๆ เหมือนกับการเล่นไพ่ป็อกเด้งนั่นเอง โดยมีวิธีการเล่นง่าย ๆ แบบไม่ยุ่งยากแม้แต่น้อยเลย ผู้เล่นคนไหนที่เล่นไพ่ป็อกเด้งมาแล้วก็สามารถเล่น บาคาร่า ได้เลยสบาย ๆ  คำว่า บาคาร่า เป็นคำที่มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า “Baccarat” มีต้นกำเนิดมากจาก อิตาลี ถูกคิดค้นโดย เฟลิกซ์ ฟาลกูยเรน (Felix Falguirein) มีแนวคิดมาจากพิธีกรรมทางศาสนาของอารยะธรรมอีทรัสคัน (Etruscan) ซึ่งมีจุดประสงค์ ในการค้นหาสาว ๆ ที่จะเข้ามารับตำแหน่งเป็นนักบวชในศาสนานั่นเอง มีการคัดเลือกโดยการใช้วิธีเสี่ยงทายจากลูกเต๋า 9 หน้า ถ้าหากหญิงสาวคนไหนที่ทอยลูกเต๋าแล้วแต้มออกมาเป็นหน้าหมายเลขเก้า หรือหมายเลขแปด ก็จะเป็นผู้โชคดีที่ได้รับตำแหน่งนักบวชในศาสนาไป เป็นเพราะว่าอารยะธรรมอีสทรัสคันนั้นนับถือเทพเจ้าอยู่ 9 องค์  และนอกจากนี้หากหญิงสาวคนไหนทอยได้แต้มของหมายเลขลูกเต๋าที่น้อยจะไม่ได้รับการคัดเลือก และอาจจะนำมาซึ่งความตายของหญิงสาวผู้นั้นเลยก็เป็นได้

การเล่น บาคาร่า

ไพ่ (K、Q、J、10) จะคิดเป็น 0 แต้ม

ไพ่ A คิดเป็น1แต้ม

2 – 9     มีแต้มเท่ากับจำนวนเลขบนหน้าไพ่

กรณีต้องจั่วไพ่ใบที่สาม กฎกติกาพิเศษจะอยู่ด้านล่าง ฝ่ายใดมีคะแนนรวมแล้วใกล้เคียงกับ 9 แต้ม      มากที่สุดถือว่าเป็นฝ่ายชนะ ผู้ชนะจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินรางวัล เท่ากับจำนวนที่ผู้เล่นได้วางเดิมพันไว้ตั้งแต่ตอนแรก แต่ทุกครั้งที่วางเดิมพันเจ้ามือชนะนั้นจะต้องหักเงินที่ได้ครั้งละ 5 เปอร์เซ็นของจำนวนเงินที่วางเดิมพัน ถ้าทั้งสองฝ่ายมีแต้มเท่ากันผู้เล่นที่วางเดิมพันเสมอ (Tie) จะได้อัตราการจ่ายเงินมากถึง 8เท่าของเงินที่เดิมพันไว้ และผู้ที่เดิมพัน Player (ผู้เล่น) และ Banker (เจ้ามือ) จะไม่ได้และไม่เสีย แต้มของ บาคาร่า ทั้ง 2 ฝ่ายคือจะนับตัวเลขตัวสุดท้ายของผลบวกของไพ่ทั้งหมดที่อยู่ใบมือผู้เล่น ดังนั้น ฝ่ายที่ถือไพ่ 8 กับ 9 ก็จะมีแต้ม 7 (เพราะ 8+9 = 17) ทั้งนี้ไพ่ 9+1 = 10 แต้ม และแต้มนับค่าเท่ากับศูนย์ และนับเฉพาะตัวเลขหลักสุดท้ายเท่านั้น ดังนั้นไพ่ 10 แต้ม จึงมีค่าเท่ากับศูนย์ การนับแต้มจะนับไล่จาก 0 ถึง 9 เสมอ และ (ไม่เหมือนกับการเล่น แบล็คแจ๊ค) เป็นไปไม่ได้ที่จะนับแยกออกจากกัน ตัวอย่างการนับแต้ม ไพ่บาคาร่าในมือ 

ยกตัวอย่างเช่น K + 9  = 9 แต้มของฝ่ายนี้คือ 9
ยกตัวอย่างเช่น 5 + 3 + Q = 8 แต้มของอีกฝ่ายคือ 8

ชนะเกมส์ บาคาร่าออนไลน์

ฝ่ายผู้เล่นที่มีแต้มมากที่สุดและใกล้ 9 แต้มที่สุดจะเป็นผู้ชนะ
– ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายผู้เล่น ได้เงิน 1 ต่อ 1
– ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ ได้เงิน 1 ต่อ 1 แต่ถูกหัก 5% ซึ่งเป็นค่าต๋ง
– ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายเสมอ ได้เงิน 1 ต่อ 8
– ผู้ที่วางเดิมพัน ผู้เล่นออกคู่ ได้เงิน 1 ต่อ 11
– ผู้ที่วางเดิมพัน เจ้ามือออกคู่ ได้เงิน 1 ต่อ 11 

กติกาไพ่บาคาร่าออนไลน์สำหรับผู้เล่น (Player) และเจ้ามือ (Banker)

เมื่อไพ่ 2 ใบแรกของผู้เล่นมีแต้มรวม: ให้ผู้เล่นทำดังนี้
0 / 1 / 2 / 3 / 4 หรือ 5 การกระทำ ” จั่ว “
6 หรือ 7 การกระทำ ” อยู่ “
8 หรือ 9 การกระทำ “อยู่” ( แนชเชอรัล)
ต่อไปก็เป็นทีของฝ่ายเจ้ามือบ้าง เจ้ามือจะอยู่เมื่อได้ไพ่รวมแต้ม 6 หรือ 7 แล้วแต่เจ้ามือก็เล่นแบบตรงไปตรงมาเจ้ามือต้องอยู่เมื่อได้ไพ่รวมแต้ม ตั้งแต่ 0 ถึง 5 และจะอยู่เมื่อได้ไพรวมแต้ม 6 หรือ 7

สำหรับการจั่วไพ่ใบที่สามของผู้เล่น

เจ้ามือ 2 ใบ 3 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 8 เกมส์หยุด

เจ้ามือ 2 ใบ 4 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-8-9-10 เกมส์หยุด

เจ้ามือ 2 ใบ 5 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-2-3-8-9-10 เกมส์หยุด

เจ้ามือ 2 ใบ 6 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-2-3-4-5-8-9-10 เกมส์หยุด

สิ่งที่ควรสังเกตไพ่บาคาร่า

  • ฝั่งของ Player จะต้องมีแต้มรวมของไพ่ 2 ใบแรก เป็น 0 – 5 จะต้องทำการจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มเสมอเพราะยังมีโอกาสที่จะได้แต้ม 8 – 9แต้ม แต่ถ้าหากแต้มรวมของไพ่ทั้ง 2 ใบแรกได้แต้มตั้งแต่ 6 แต้มขึ้นไป นั้นคือขอให้อยู่ไม่ต้องทำการจั่วไพ่ใบที่ 3 แค่นี้ก็มีโอกาสชนะเกมส์ได้แล้ว
  • ฝั่งของ Banker ถึงแม้ว่าจะมีแต้มรวมไพ่ 2 ใบแรกเพียง 3 แต้ม แต่ถ้าหากฝั่ง Player จั่วไพ่ใบที่3 ได้ 8 ไม่ว่าผลรวมของไพ่ 3 ใบของฝั่ง Player จะเป็นเท่าไหร่ก็ตาม แต่ฝั่งของ Banker จะไม่สามารถจั่วไพ่ใบที่ 3 ได้
  • ฝั่งของ Banker ถ้าหากมีแต้มรวมของไพ่ 2 ใบแรกเป็น 6 แต้ม แต่ถ้าหากฝั่งของ Player จั่วไพ่ใบที่ 3 ได้ 6 หรือ 7แต้ม ไม่ว่าแต้มรวมของไพ่ 3 ใบของฝั่ง Player นั้นจะมีแต้มเป็นเท่าไหร่ก็ตาม ดังนั้นฝั่งของ Banker จะต้องทำการจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่มเสมอ
  • ถ้าหากมีกรณีการจั่วไพ่ใบที่ 3 ของฝั่ง Bankerนั้นจะค่อนข้างซับซ้อนมากกว่าของฝั่ง Player ดังนั้นต้องสังเกตและประเมินสถานการณ์ของเกมส์ให้ดี